เทคนิคการสืบค้นสารสนเทศ
1. การสืบค้น (Searching)
2. การคัดกรองผลการสืบค้น (Refining your search results)
3. การวิเคราะห์ผลการสืบค้น (Analyzing your search results)
4. การจัดการผลการสืบค้น (Managing your search results)
1. การสืบค้น (Searching)
1.1 การเตรียมคีย์เวิร์ด (Preparing your keywords)
·ควรจะเป็นคำนาม (Noun)
·คำพ้องความหมาย คำเหมือนคำคล้าย (Synonym) เช่น hypertension กับ high blood pressure
หรือ woman female lady girl เป็นต้น
ตัวอย่างการเตรียมคีย์เวิร์ด เพื่อคัดเลือกวรรณกรรมที่เป็นงานวิจัยหลายประเภท
เรื่องที่ต้องการสืบค้น คือ
การบำบัดหรือจัดการอาการปวดหลังส่วนล่างแบบเฉียบพลันหรือเรื่อรัง
·อาการปวดแบบเฉียบพลัน acute pain
·อาการปวดแบบเรืWอรัง chronic painหลัง Back
·หลังส่วนล่าง low back
·การจัดการ Management
1.2. การใชเ้ครื่องหมายช่วยในการสืบค้น (Wildcards)
* ละตัวอักษรตั้งแต่ 0 ตัวอักษรเป็นต้นไป
ตัวอย่างเช่น manag* จะค้นหา manage manages manager management
? แทนที่ตัวอักษรเพียงตัวเดียวเท่านั้น
wom?n จะคน้ หา woman women หรือ fib?? จะคน้ หา fiber fibre
“…..” ค้น ตรงตามตัวที่พิมพ์
“lung cancer” “stingless bee” “hard of hearing” เป็นตน้
(…….) จัดลำดับการสืบคน้ ก่อนหลัง
rabies AND (dog OR cat)
1.3. การสร้างเงื่อนไขเพื่อการสืบค้น โดยใชตั้วเชื่อม (Operators)
·AND ค้นหาทุกคำ
ตัวอย่าง insulin AND diabetes
ทั้ง insulin และ diabetes ต้องพบอยใู่นบทความเดียวกัน
·OR ค้นหาอย่างน้อยยหนึ่งคำ
ตัวอย่าง heart OR cardiac
heart หรือ cardiac คำใดคำหนึ่งต้องปรากฎอยใู่นบทความ
·NOT ปฎิเสธการค้นหาคำนี้
rabies NOT dogs
rabies ซึ่งเป็นคำแรกต้องปรากฎในบทความ แต่คำที่สองคือ dogs ต้องไม่ปรากฎอยู่ใู่นบทความ
การใช้ตัวเชื่อมเพื่อกำหนดคำให้ใู่ก้ลกันภายในจำนวนคำที่กำำหนด ทั้งนี้การใชตั้วเชื่อม NEAR ใช้ไ้ด้กับ
บางฐานข้อมูลเท่านั้น
·NEAR/n การตั้งค่าให้ค่าอยู่ใู่ก้ลกันภายในจำนวนคำที่กำำหนด (n)
·NEAR/3-5 phrase กำหนดให้อยู่ภายในกลุ่มคำหรือวลีเดียวกัน
ตัวอย่าง drying NEAR/3 vegetable ผลการสืบค้นที่พบ คือ คำว่า drying อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคำว่า
vegetable ภายในหรือไม่เกิน 3 คำ โดยที่ลำำดับของคำจะปรากฎคำใดก่อนก็ได ้
·NAER/15 same sentence กำหนดให้อยู่ภายในประโยคเดียวกัน
ตัวอย่าง drying NEAR/15 vegetable ผลการสืบค้นที่พบคือคำว่า drying อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคำว่า
vegetable ภายในหรือไม่เกิน 15 คำ หรือประมาณการว่าทังW สองคำต้องปรากฎภายในประโยคเดียวกัน โดยที่ลำำดับ
ของคำจะปรากฎคำใดก่อนก็ได ้
·NAER/50 same paragraph กำหนดให้อยู่ภายในย่อหน้า้เดียวกัน
ตัวอย่าง drying NEAR/50 vegetable ผลการสืบค้นที่พบ คือ คำว่า drying อยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับคำว่า
vegetable ภายในหรือไม่เกิน 50 คำ หรือประมาณการว่าทั้ง สองคำต้องปรากฎภายในย่อหนา้ เดียวกัน โดยที่ลำดับ
ของคำจะปรากฎคำใดก่อนก็ได ้
1.4 วิธีการสืบค้น (Search Methods)
·Basic search คน้ ทุกเขตข้อมูล ผลลัพธ์การสืบค้น จะมีปริมาณมากและกวา้ง
·Advanced search เลือกกำหนดเขตข้อมูลได้สร้างเงื่อนไขที่ัซับซ้อนนได้ดีปริมาณผลการสืบค้นไม่
มากและแคบกว่า Basic search
2. การคัดกรองผลการสืบค้น (Refining your search result)
- การคัดกรองผลการสืบค้น (Refining your search result) ทำได้โดย
- การคัดกรองผลการสืบค้น หรือจำกัดผลการสืบค้นให้แ้คบลงได้โ้ดย
- การเพิ่มคีย์เวิร์ด (Adding more keywords)
- การเลือกหัวเรื่องที่ต้องการ (Choosing your subjects)
- การกำหนดปีที่พิมพ์ (Limiting a search by publication year)
- การกำหนดเขตข้อมูล (Specifying fields)
- ประเภทสิ่งพิมพ์ (Publication types)
3. การวเิคราะห์ผลการสือค้น (Analyzing your search results)
·การวิเคราะห์ผลการสืบค้นด้วยการจัดเรียงผลลัพธ์ (Sort results by)Relevance (จัดเรียงตามความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ด)
4. การจัดการผลการสืบค้น (Managing your search results)
- การจัดผลการสืบค้น อันได้แ้ก่ ข้อมูลบรรณานุกรม (Bibliographic information) และเอกสารฉบับเต็ม (Full Text)
- การสังพิมพ์ (Printing)
- การบันทึกข้อมูล (Saving)
- การอีเมล (Email)
- การนำข้อมูลบรรณานุกรมออก (Exporting citation)
- โปรแกรม EndNote Text file
การค้นหาแบบพื้นฐาน (Basic Search)
เป็นการค้นหาสารสนเทศอย่างง่ายๆ ไม่ซับซ้อน โดยใช้คำโดดๆ หรือผสมเพียง 1 คำ ในการสืบค้นข้อมูล โดยส่วนใหญ่การค้นหาแบบง่ายจะมีทางเลือกในการค้นหา ได้แก่
วิธีการใช้งาน Basic Search
ผู้ใช้ Basic Search สามารถเริ่มต้นสืบค้นข้อมูลได้ โดยทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
ผู้ใช้ Basic Search สามารถเริ่มต้นสืบค้นข้อมูลได้ โดยทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
- พิมพ์คำสำคัญ (Keywords) ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการค้นหา ลงในช่องเติมคำที่ต้องการค้นหา (Search Box) โดย คำสำคัญผู้ใช้งานสามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- กดปุ่ม Search เพื่อเริ่มต้นการค้นหา Basic Search จะทำการประมวลผล และจะแสดงผลลัพธ์ของการค้นหา ออกมาตามรูปภาพ ดังที่ได้แสดงไว้ข้างล่างนี้
เป็นการค้นหาที่ซับซ้อนมากกว่าแบบพื้นฐาน ซึ่งมีเทคนิคหรือรูปแบบการค้นที่จะช่วยให้ผู้ค้นสามารถจำกัดขอบเขตการค้นหาหรือค้นแบบเจาะจงได้มากขึ้น เพื่อให้สามารถค้นหาข้อมูลได้ที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
|
การสืบค้นข้อมูล โดยใช้ตรรกบูลีน (Boolean Logic) หรือการค้นหาโดยใช้ Operator เป็นการค้นหา โดยใช้คำเชื่อม 3 ตัว คือ AND, OR, NOT ดังนี้
|
- AND ใช้เชื่อมคำค้น เพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหาให้แคบลง เช่น ต้องการค้นหาคำว่า สัมตำที่เป็นอาหาร มีรูปแบบการค้นดังนี้ คือ ส้มตำ AND อาหาร หมายถึง ต้องการค้นหาคำว่า ส้มตำ และคำว่า อาหาร - OR ใช้เชื่อมคำค้น เพื่อขยายขอบเขตให้กว้างขึ้น เช่น สัมตำไทย OR ส้มตำปูปลาร้า หมายถึง ต้องการค้นหาคำว่า สัมตำไทย และ ส้มตำปูปลาร้า หรือค้นหาคำใดคำหนึ่งก็ได้ - NOT ใช้เชื่อมคำค้น เพื่อจำกัดขอบเขตให้แคบลง เช่น ต้องการค้นหาคำว่า ส้มตำ AND อาหาร NOT เพลง หมายถึง ต้องการค้นหา คำว่า ส้มตำ เฉพาะที่เป็นอาหาร ไม่เอาเพลงส้มตำ เป็นต้น
|
วิธีการใช้งาน Advanced Search
1) เข้าสู่โมดูลการสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศขั้นสูง (Advanced Search) ด้วยการคลิกเลือกปุ่ม “Advanced Search” ตรงเมนูควบคุมคำสั่งต่าง ๆ ของการสืบค้น ดังรูป
) ระบบจะนำผู้ใช้มาสู่หน้าจอของ Advanced Search ดังรูป
ซึ่งจากรูป ฟังก์ชันการสืบค้นสารสนเทศออนไลน์แบบ Advanced Search ก็จะมีองค์ประกอบ 2 ส่วนย่อยเช่นเดียวกับการสืบค้นแบบ Basic Search นั่นคือ (1) การระบุขอบเขตและเงื่อนไขของการสืบค้น และ (2) ปุ่มควบคุมคำสั่งต่าง ๆ ของการสืบค้น
3) เมื่อผู้ใช้ต้องการที่จะสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศ ขั้นตอนต่อมาก็คือการป้อนคำค้นและเลือกระบุขอบเขตหรือเงื่อนไขของการสืบค้น ซึ่งใน Advanced Search ผู้ใช้สามารถระบุได้ตั้งแต่ 1-4 ชุดคำค้น โดยใช้ “ตรรกบูลีน (Boolean Logic)” เป็นตัวเชื่อมระหว่างคำค้นตั้งแต่ชุดที่ 2 ไปจนถึงชุดที่ 4 โดยรูปแบบของตรรกบูลีนจะประกอบไปด้วย AND, OR และ NOT ดังรูป
4) จากรูปที่ 11 เมื่อผู้ใช้ได้ทำการป้อนชุดคำค้นและระบุขอบเขตหรือเงื่อนไขของการสืบค้นแล้ว (ในตัวอย่างใช้คำค้น “ขนม” และ “เบเกอรี” สำหรับขอบเขตคำสำคัญ โดยมีตรรกบูลีน AND ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมชุดคำค้นทั้ง 2) หากต้องการดูผลการสืบค้นก็ให้คลิกเลือกที่ปุ่ม “ค้นหา” ระบบจะทำการประมวลผลตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้ได้กำหนดไว้และแสดงผลการสืบค้นออกมา ดังรูป
ฐานข้อมูลออนไลน์
ฐานข้อมูลออนไลน์ (Database Online)ผู้ใช้บริการสามารถสืบค้นหาข้อมูลได้ จากฐานข้อมูลออนไลน์ต่างๆเหล่านี้ สำหรับวิธีการใช้งานฐานข้อมูลในแต่ละฐานนั้น ส่วนรายละเอียดโดยย่อของแต่ละฐานข้อมูลนั้น มีดังต่อไปนี้คือ
1. ฐานข้อมูล EBSCO Discovery Service (EDS)
2.ฐานข้อมูล EBSCO eBook Collection (เดิมNetLibrary)
3. ฐานข้อมูล Communication & Mass Media Complete
เป็นฐานข้อมูลชั้นนำระดับโลก เพื่องานวิจัยที่มีคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ การสื่อสารมวลชนและภาษาศาสตร์ CMMC เป็นต้น
E-Book
e-Book ย่อมาจากคำว่า Electronic Book
หมายถึงหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถ อ่านเอกสารผ่านทาง
หน้าจอ คอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ คุณลักษณะของ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยง
จุด ไปยังส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุง
ให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไป
ThaiLIS หรือ TDC
เป็นโครงการเครือข่ายห้องสมุดในประเทศไทย ThaiLIS – Thai library integrated system มีเป้าหมายเพื่อให้บริการสืบค้นฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารฉบับเต็มของ วิทยานิพนธ์ รายงานการวิจัยของอาจารย์ รวบรวมจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งแต่เดิมในการเข้าใช้บริการนั้น จะต้องเข้าใช้งานจากคอมพิวเตอร์ ภายในห้องสมุดสมาชิกเท่านั้น แต่ระยะต่อมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีนโยบายให้เผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนคนไทย สามารถใช้ประโยชน์ทางด้านการศึกษาการพัฒนาประเทศ จึงได้มีการขยายขอบเขตการให้บริการขึ้นเพิ่ม อย่างไรก็ตาม สมาชิกผู้ใช้ทั่วไป จะถูกจำกัดด้วยจำนวนรายชื่อต่อวันที่อนุญาตให้ download ได้ สำหรับการใช้งานภายในองค์ที่เข้าร่วมโครงการนั้น ไม่มีการจำกัดแต่อย่างใด (อันนี้เป็นข้อดีของบุคลากรทางการศึกษาที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งมหาวิทยาลัยคริสเตียนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของเครือข่ายดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2552 )
Virtual Private Network หมายถึง เครือข่ายเสมือนส่วนตัว ที่ทำงานโดยใช้ โครงสร้างของ เครือข่ายสาธารณะ หรืออาจจะวิ่งบน เครือข่ายไอพีก็ได้ แต่ยังสามารถ คงความเป็นเครือข่ายเฉพาะ ขององค์กรได้ ด้วยการ เข้ารหัสแพ็กเก็ตก่อนส่ง เพื่อให้ข้อมูล มีความปลอดภัยมากขึ้น
อย่างไรก็ดี คำว่า VPN จะครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (เช่น Gateway และ Router), ซอฟต์แวร์ และส่วนที่เป็นไฟร์วอลล์
การเข้ารหัสแพ็กเก็ต เพื่อทำให้ข้อมูล มีความปลอดภัยนั้น ก็มีอยู่หลายกลไกด้วยกัน ซึ่งวิธีเข้ารหัสข้อมูล (encryption) จะทำกันที่เลเยอร์ 2 คือ Data Link Layer แต่ปัจจุบัน มีการเข้ารหัสใน IP Layer โดยมักใช้เทคโนโลยี IPSec (IP Security)
ปกติแล้ว VPN ถูกนำมาใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีสาขาอยู่ตามที่ต่างๆ และต้องการ ต่อเชื่อมเข้าหากัน โดยยังคงสามารถ รักษาเครือข่ายให้ใช้ได้เฉพาะ คนภายในองค์กร หรือคนที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ลูกค้า, ซัพพลายเออร์ เป็นต้น
นอกจากนี้แล้ว กลไกในการสร้างโครงข่าย VPN อีกประเภทหนึ่ง คือ MPLS (Multiprotocal Label Switch) เป็นวิธีในการส่งแพ็กเก็ต โดยการใส่ label ที่ส่วนหัว ของข้อความ และค่อยเข้ารหัสข้อมูล จากนั้น จึงส่งไปยังจุดหมายปลายทาง เมื่อถึงปลายทาง ก็จะถอดรหัสที่ส่วนหัวออก วิธีการนี้ ช่วยให้ผู้วางระบบเครือข่าย สามารถแบ่ง Virtual LAN เป็นวงย่อย ให้เป็น เครือข่ายเดียวกันได้
ตัวอย่างเช่น บริษัท A ก็จะได้ VPN label A ที่หัวข้อความ ของทุกแพ็กเก็ต บริษัท B ได้รหัสที่หัวข้อความเป็น B เพื่อส่งข้อมูล ข้อมูลที่ส่งออกไป ก็จะวิ่งไปหาปลายทางตาม Label ของตน ซึ่งผู้วางระบบ สามารถเพิ่มกลุ่มในวง VLAN ได้อย่างไม่จำกัด
